คนญี่ปุ่นมักทำ "สิ่งนี้" หลังมื้อเย็น ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ช่วยลดพุง-คุมน้ำตาล-หลับสบาย!

คนญี่ปุ่นมักทำ "สิ่งนี้" หลังมื้อเย็น ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ช่วยลดพุง-คุมน้ำตาล-หลับสบาย!

คนญี่ปุ่นมักทำ "สิ่งนี้" หลังมื้อเย็น ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ช่วยลดพุง-คุมน้ำตาล-หลับสบาย!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เลิกนอนอืดหลังกินข้าว! ชวนส่องวิถีคนญี่ปุ่น เดินเล่น 15 นาทีหลังมื้อเย็น ได้ประโยชน์มากกว่าที่คิด

เคล็ดลับอายุยืน: ซูมดูพฤติกรรม "หลังมื้อเย็น" ของชาวญี่ปุ่น ทำแค่ไม่กี่นาที แต่ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพเพียบ!

หากใครเคยมีโอกาสไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ภาพหนึ่งที่มักจะเห็นจนชินตาในช่วงค่ำคืนคือ ภาพของผู้คนออกมาเดินเล่นอย่างสบายอารมณ์ตามตรอกซอกซอยหรือสวนสาธารณะใกล้บ้าน เพราะสำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ แทนที่จะนั่งแช่อยู่หน้าจอทีวีหรือล้มตัวลงนอนทันที พวกเขาเลือกที่จะขยับร่างกายด้วยการ "เดินเล่นเบาๆ" รอบๆ ชุมชน

พฤติกรรมนี้ไม่ใช่การออกกำลังกายอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เป็นการก้าวเดินช้าๆ ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ซึ่งคนญี่ปุ่นถือว่าช่วงเวลานี้คือการปล่อยให้ร่างกายได้เข้าสู่โหมดพักผ่อนตามธรรมชาติ ทั้งยังเป็นเวลาทองในการพูดคุยกระชับความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว หรือทบทวนตัวเองเงียบๆ หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน และนี่คือผลลัพธ์ดีๆ ทางสุขภาพที่ได้กลับมา

4 ประโยชน์สุดว้าว! แค่เดินเล่นเบาๆ หลังอาหารเย็น

  1. กระตุ้นระบบย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืด: หลังมื้ออาหาร ระบบย่อยจำเป็นต้องทำงานอย่างเต็มที่ หากเรานั่งนิ่งๆ หรือนอนทันที อาจทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรืออาหารไม่ย่อยได้ การเดินเล่นด้วยความเร็วปานกลางประมาณ 10–20 นาที จะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ (Nhu động ruột) ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้คล่องตัวและสบายท้องมากขึ้น

  2. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เสถียร: มีงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า การขยับร่างกายเบาๆ หลังมื้ออาหารทันทีจะช่วยให้กล้ามเนื้อดึงเอาสารอาหารและน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงปรี๊ดหลังทานอาหาร สำหรับคนทั่วไปนี่คือการบาลานซ์ระบบเผาผลาญที่ดี ส่วนผู้ป่วยเบาหวานหรือกลุ่มเสี่ยง พฤติกรรมนี้จะช่วยให้ควบคุมโรคได้ง่ายขึ้นอย่างมาก

  3. ตัวช่วยคุมน้ำหนัก ตัดวงจร "หิวดึก": แม้การเดินเล่นจะไม่ได้เบิร์นแคลอรีมหาศาลเหมือนการวิ่ง แต่การสะสมจำนวนก้าวในแต่ละวันจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญโดยรวมให้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การพาตัวเองออกจากโต๊ะอาหารหรือห้องครัวยังช่วยดึงความสนใจ ทำให้เราไม่นึกอยากกินของหวาน ล้างปาก หรือหยิบขนมขบเคี้ยวมาเคี้ยวเล่นในตอนดึกอีกด้วย

  4. คลายเครียด สมองโล่ง หลับลึกกว่าเดิม: คนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยใช้เวลานี้เป็น "สะพานเชื่อม" ระหว่างโหมดทำงานเข้าสู่โหมดพักผ่อน การเดินรับลมอ่อนๆ จะช่วยลดฮอร์โมนความเครียด หลั่งสารแห่งความสุข ทำให้จิตใจสงบลงและพร้อมที่จะเข้านอนได้อย่างราบรื่น

 กฎเหล็ก "เดินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด" (ไม่จุกกระเพาะ)

การเดินหลังมื้ออาหารมีเทคนิคง่ายๆ ที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อป้องกันอาการจุกเสียด ดังนี้:

  1. เริ่มเดินหลังทานเสร็จประมาณ 10–20 นาที: ไม่ควรลุกพรวดพราดไปเดินทันที ให้เวลากระเพาะทำงานขั้นต้นสักครู่

  2. ใช้เวลาเพียง 10–20 นาทีก็พอ: ไม่จำเป็นต้องเดินเป็นชั่วโมง สำหรับมื้อเย็นแค่นี้เพียงพอแล้ว

  3. รักษาความเร็วระดับปานกลาง: เดินทอดน่องในจังหวะที่ยังสามารถพูดคุยสื่อสารกับคนข้างๆ ได้โดยไม่เหนื่อยหอบ ห้ามวิ่งหรือเดินเร็วเด็ดขาด

  4. สวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่สบาย: เพื่อป้องกันการเจ็บเท้าและอึดอัดช่วงหน้าท้อง

  5. ปรับตามสภาพอากาศ: วันไหนฝนตกหรือหนาวจัด สามารถเปลี่ยนมาเดินวนไปมารอบๆ บ้านหรือโถงทางเดินในร่มแทนได้

ข้อควรระวัง: สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด หรือมีปัญหาเรื่องข้อต่อและกระดูก ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อปรับเปลี่ยนความแรงและระยะเวลาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย ส่วนคนทั่วไปควรเดินเล่นให้เสร็จสิ้นก่อนเวลานอนอย่างน้อย 30–60 นาที เพื่อให้ร่างกายคูลดาวน์เต็มที่ก่อนล้มตัวลงนอน

ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือ "วิถีชีวิต"

สิ่งน่าชื่นชมที่ควรลอกเลียนแบบจากชาวญี่ปุ่น ไม่ใช่ระยะทางที่พวกเขาเดินได้ในแต่ละวัน แต่คือ "ความสม่ำเสมอ" ในการรักษานิสัยเล็กๆ นี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ลองเปลี่ยนจากการนั่งติดเก้าอี้หลังมื้ออาหาร มาเป็นจูงมือคนในบ้าน หรือเปิดเพลงเบาๆ แล้วลุกขึ้นเดินเล่นรอบบ้านกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวกัน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล